Ultra-'s profileA part of my lifePhotosBlogLists Tools Help

Ultra- mheaw-

Interests
Lists

A part of my life

November 03

ลบละนะ

ไม่รุทามมายแต่อยากลบให้มันหมดๆอยากลืมทุกๆอยากที่ผ่านมา ลืมๆความเสียใจ เหงา เศร้าเคล้าน้ำลายเอ้ย น้ำตา(หนาดนั้นเรยกุ) ไม่หรอกคือกุอยากลบ ต้องการลืมง่ายๆ
August 15

โดนใจจรู๊ด

ในขณะที่เราคิดถึงคน ๆ นึงตลอดเวลา

เค้าคนนั้นก็อาจคิดถึงคนอื่นอยู่ก็เป็นได้

และบางครั้ง ก็อาจมีคนที่คิดถึงเรา โดยที่เราไม่สนใจเลยเช่นกัน



บางครั้ง การได้ฝันไปคนเดียว มันก็ดีกว่าการได้รู้ความจริงที่ว่า

สิ่งที่เราคิดทั้งหมด มันคือความฝันของเราเองเพียงคนเดียว

ฉะนั้น ไม่แปลกที่คนส่วนใหญ่เลือกที่จะจมกับความฝัน

มากกว่าการได้รับรู้ความจริง

การไม่ได้เป็นที่ 1 ในใจเค้า ไม่ใช่เรื่องน่าเศร้า...

เราอาจเป็นที่ 2 ซึ่งมันก็ยังดีกว่าเป็นที่ 3 ที่ 4...

และหากเราเป็นที่ 10 ในใจเค้า...

ก็ขอให้คิดไว้ว่า ดีกว่าเราไม่มีความสำคัญอะไรในใจเค้าเลย



แต่โปรดจำไว้เถอะว่า

หากหัวใจของคุณยังไม่ร้องไห้ออกมาดัง ๆ

พร้อมกับพูดกับตัวเองว่า...ชั้นเหนื่อยเหลือเกินแล้ว

โปรดห้ามใจเถอะ ก่อนที่ชั้นจะอ่อนล้าไปกว่านี้...



ก็จงชอบต่อไปเถอะ

การรักใครซักคน ไม่ต้องการความพยายาม

"การตัดใจ"ต่างหาก ที่ต้องใช้ความพยายามอย่างมากมาย

ลองชั่งน้ำหนักในใจเราดูสิว่า ความสุขยาม ที่คุณได้สบตาเค้า

กับความทุกข์ยามที่คุณต้องคอยหลบตาเค้า

อันไหนมันหนักหนากว่ากัน



อย่าโทษตัวเอง ที่มาเจอเค้าสายเกินไป...

อย่าโทษเค้าที่ไม่มีใจให้...

อย่าโทษโชคชะตาที่ทำให้เราพบกัน แต่ไม่ได้ทำให้เราใจตรงกัน



แต่จงยิ้มให้กับตัวเอง

ที่อย่างน้อย ถึงจะพบกับเค้าคนนั้นสายเกินไป

แต่ก็ยังได้พบ...



ยิ้มให้เค้า ที่ถึงจะไม่ได้ให้ใจเรามา

แต่ก็ยังได้รับหัวใจของเราไป...



ยิ้มให้กับโชคชะตา  

ที่ยังทำให้เรา...ได้รู้จักกัน



คุณควรจะดีใจด้วยซ้ำที่ครั้งหนึ่ง

คุณได้เจอคนที่คุณอยากเก็บรอยยิ้มของเค้าไว้คนเดียว



คนที่คุณใส่ใจกว่าตัวคุณเอง...

คนที่ทำให้คุณหัวเราะ...และร้องไห้ได้มากมาย...

 



คนที่เพียงแค่ยิ้มของเค้า

ก็สามารถเปลี่ยนวันที่หมองหม่น...ให้กลายเป็นวันที่สดใส

เท่านี้มันก็เพียงพอแล้ว ไม่ใช่หรือ?



แค่การได้เห็นคนที่เรารัก

ได้หัวเราะอยู่กับใครสักคนที่เค้ารักมากที่สุด

...นั่นแหละคือความสุขของการได้รัก...อย่างจริงใจ 

 
July 14

คนพิเศษ กะ ความพิเศษ

ชีวิตคนเรามีอะไรมากมายที่ผ่านเข้ามาให้ซึมซับรับรู้
ในชีวิตคนเรามีผู้คนมากมายที่ผ่านเข้ามาให้รู้จักมักคุ้น

แต่ในผู้คนมากมายเหล่านั้น
อย่างน้อยคงต้องมีใครบางคนที่ทำให้เรารู้สึก "ไม่ธรรมดา"
ที่จะนึกถึง เรียกว่าเป็น "ความพิเศษ"
ที่เราจะยกเว้นเอาไว้จากความปกติทั่วไปของจิตใจ
ก็ในเมื่อคำว่า "พิเศษ" หมายถึงความจำเพาะ ความแปลกแยก ความดีงาม ความอบอุ่นในหัวใจ
กระนั้นทำไมเราไม่ปฏิบัติต่อเขาให้ตรงกับที่ใจคิด



ให้ "ความรู้สึกดีดี" จากจิตใจที่ดีดี
ให้ "ความอาทรถึง" จากจิตใจที่นึกถึง
ให้ "ความห่วง" จากจิตใจที่เป็นห่วง
ให้ไปเถอะ ให้ไปอย่างดีดี แต่มี "สติ"
ให้ไปเถอะ ให้ไปอย่างอบอุ่น แต่ไม่ "คุกรุ่น"
ให้ไปเลย ให้ไปเท่าไหร่ก็ได้ แต่เมื่อให้ไปแล้วต้อง "ไม่ร้อนรุ่มกลัดกลุ้ม"
และหากเมื่อใดจิตใจอาจระส่ำระสาย สะดุดกับอะไรขึ้นมาบ้าง
ก็จงหยุดพักตรึกตรอง อย่าปล่อยให้พายุอารมณ์โถมพัด
"สิ่งดีดี" จนกระจัดกระจาย
เพราะ "การให้ความหมาย" ไม่ใช่ "การตั้งความหวัง"
คนสองคนให้ความหมายซึ่งกันและกัน แต่คนสองคน

"จะไม่ตั้งความหวังในกันและกัน"

เพราะการตั้งความหวังมักนำพาซึ่ง "การเรียกร้อง"
"ความอยากเป็นเจ้าข้าวเจ้าของ" โดยที่ไม่รู้ตัว
มันร้อนนัก หนาวนัก และไม่เป็นสุข
เราต้องไม่ลืมปรับอุณหภูมิจิตใจเอาไว้ที่องศาอุ่นๆ
หากเริ่มรู้สึกตัวว่า ความร้อนเริ่มทวีขึ้น เราต้องค่อยๆ
เดินออกมาสูดอากาศเย็น
หากตรงกันข้ามเราก็ต้องหลบเร้นจากความหนาวมาหาไอแดดเช่นกัน
และอย่าลืมว่า "ความพิเศษ"
ไม่ได้จำกัดว่าจะต้องเป็นพิเศษมากหรือพิเศษสุด
หรือพิเศษอย่างยิ่งในคนคนเดียว
ทั้งเราและเขาอาจจะมีคนพิเศษในวิถีชีวิตได้หลายลักษณะ
พิเศษในเรื่องนั้น พิเศษในเรื่องนี้
ในเมื่อหัวใจเป็นของเรา
เราก็ย่อมเลือกให้ความพิเศษกับใครก็ได้ที่เราจะไม่ต้องแลกกับความทุกข์อย่างพิเศษกลับมา



จงให้ "ความพิเศษ" เป็นชีวิตชีวา
เป็นแววตาที่แจ่มใส
เป็นความห่วงใยที่เมื่อนึกถึงทีไรก็ยิ้มได้
ไม่วิ่งหนี แต่ไม่วิ่งตาม
ไม่หักห้าม แต่ไม่กระโจนใส่
ไม่เป็นน้ำตาลที่หวานอ่อนไหว
แต่เป็นความอบอุ่นในหัวใจและเอื้ออาทร
จงเป็นความแจ่มใสในอารมณ์ของตัวเอง เป็นความชุ่มชื่น สดใส เช่นสายน้ำ
เป็นสีสันงดงามเช่นมวลผกา เป็นสีเขียวของใบไม้
ที่เย็นที่ตาและที่ใจ

และที่ตรงนี้ จะอีกนานเท่าใด ไม่ว่า "คนพิเศษ" คนนั้นจะอยู่ใกล้หรือต้องจากกันไกล
"ความพิเศษ" นั้นก็จะคงอยู่อย่างมีคุณค่า ณ ที่เดิม ที่ซึ่งใจข้างซ้ายตรงกัน
March 06

เพื่อนกะนาฬิกาที่หมดถ่านอย่างเรา

มีนาฬิกาปลุกอยู่เรือน 1 
                 มันทำหน้าที่ของมันทุกวัน 
                              
ทั้งเข็มยาวเข็มสั้น…. 
                              
ยังคงเดินทางรอบหน้าปัดอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย
ตอนเช้าๆๆๆๆๆๆๆๆ
มันจะส่งเสียงกวนประสาท
เสียงที่ทำให้เราต้องตื่นจากความฝันแสนหวาน
เราตอบแทนมันโดยการเอื้อมมือไป ควานหา”ตบหรือกดมันอย่างแรง”
ด้วยความรำคาญ เพื่อให้มันเงียบ
ทั้งๆที่มันก็ช่วยให้เราไม่ไปผิดนัดสำคัญๆอยู่เสมอ
และถ้ามันเผลอปลุกเราในวันพักผ่อน 
                     
บางทีเราอาจจะขวางมันทิ้งเสียด้วยซ้ำ 
                               ทั้งๆที่เราก็เป็นคนตั้งเวลาเอาไว้เอง 
                                      
บ้างครั้งเราก็มั่วทำอย่างอื่นที่เราเห็นว่าสำคัญ 
                  
มากเสียยิ่งกว่า 
                         “นาฬิกา”
ที่มันตั้งอยู่ที่เดิมของมันทุกวัน 
                                เราไม่ใส่ใจมันเท่าไรหรอก
จะสนใจมันแค่ตอนเรา

" อยากรู้เวลาก็เท่านั้นเอง”
 จนกระทั่งวันนึง 
                           นาฬิกาเดิมๆเรือนนั่นมันเงียบหายไป 
                                   
 คุณไม่รู้หรอกว่ามันเงียบไปเมื่อไร 
                                            
 คุณจำไม่ได้หรอกว่าตอนมันเดินครั้งสุดท้าย คือ
 ตอนไหน 
 
 คุณได้แต่โทษมันในเช้าวันนั้นว่า
 ไอ้นาฬิกา เฮงซวย..ทำไมถึงไม่ปลุก”
 ทั้งที่มันเงียบไปเพราะคุณ………
 คุณว่าไหม ว่า
 เพื่อนมันเหมือน “นาฬิกาปลุกเนอะ…”
 ทำไมนะเหรอ………. 
 
 คุณคิดดูสิ--- 
 
 
               "ความรักระหว่างเพื่อนก็เหมือนการเดินของเข็มนาฬิกานะ "
 เดินอยู่ที่เดิมๆๆๆๆๆ แต่ก็เดินไปได้เรื่อยๆๆ ไม่เหนื่อยไม่เบื่อ
 บางครั้งเพื่อนก็เตือนเรา
 บอกเรา แนะนำเราไนบางเรื่องที่เราควรจะฟัง
 แต่เรากลับรำคาญมัน
 พูดทำร้ายน้ำใจเค้า
หรือทำให้เค้าเสียใจ
เพราะคิดว่าคำพูดเตือนของเค้าทำให้คุณรำคาญ
ถึงแม้บางทีคุณก็ทำไปเพราะไม่ได้ตั้งใจ 
 
                    แต่ลองสังเกตสิ
สิ่งที่เพื่อนๆคุณเตือน(ด้วยความหวังดีนั้น)
บางทีกลับช่วยคุณได้หลายๆเรื่อง
หลายครั้งหลายคราว
ที่คุณมัวแต่ทำเรื่องอื่น
ให้ความสำคัญกับคนอื่นๆๆ
และมองข้ามความสำคัญเพื่อน 

                เพราะคุณคิดอยู่เสมอว่า……..
ความรักของเพื่อน มันเป็นเรื่องปกติ ธรรมดา 
                  เช่นเดียวกับ นาฬิกา… 
          
ที่มันจะเดินไปอย่างนั้น…เหมือนทุกๆวัน
แต่คุณคงลืมไปว่าสักวัน 
          ถ่านที่คุณใส่ไว้มันก็ต้องหมด
นาฬิกาไม่ได้ละเลยหน้าที่ของมัน 
           หากเพียงแต่เมื่อเวลาผ่านไป
มันจะเอาแรงที่ไหนเดินหากไม่มี แบตเตอร์รี่ 
         เช่นเดียวกันกับเพื่อนของคุณ
แม้เค้าจะรักและปรารถนาดีกับคุณมากแค่ไหนก็ตาม 
         หากคุณเองไม่เคยใส่ใจ
หลงลืมไปว่ายังมีเค้าอยู่ 
          ก็เปรียบเหมือนดังนาฬิกา
ที่มันไม่ได้ละทิ้งหน้าที่ของมันหรอก 
       
หากแต่เพียงคุณเองที่ไม่เคยจะเอาใจใส่
นาฬิกาเก่าๆเดิมๆเรือนนั้นเลย 
         ถึงเวลาหรือยังที่คุณจะหันกลับมามอง
มองดูนาฬิกาเรือนเดิม 
                                                      
ไม่สายไปใช่ไหมที่คุณจะใส่ถ่านให้มันอีกครั้ง
และไขลานให้มันเดินดังเดิม 
                                                    
เพื่อให้นาฬิกาเรือนเดิม 
            กลับมาทำหน้าที่หน้าเบื่อเดิมๆ 

   อีกสักครั้ง
ตอนนี้คุณรุ้เร้วยังละว่าเพื่อนสำคัญแค่ไหน
อย่าละเลยที่จะหั้ยความสนใจกับนาฬิกาเรือนนั้น 

อย่ารอหั้ยมันหยุดเดินก่อนเร้วค่อยใส่ถ่านมัน
มันอาจจะม่ากลับมาเดินเหมือนเดิม
ps.ก้อยไมแกไม่มีเมลล์วะเราจะได้ให้แกอ่าน แล้วเราก็อยากบอกแกว่าเราเหนื่อย เราหมดถ่านแล้ว แล้วก็ไม่อยากมีถ่านอีกต่อไปเครื่องมันไม่เจอถ่านนาน มันจะพังแล้ว

ชีวิต คือ ชีวิต

เคยรู้สึกลำบากใจไม๊... ตอนนี้เปนอีกแล้ว อยากรู้ว่าการที่เราใจดีเกินไปทำไมถึงทำร้ายตัวเองได้ เพื่อนไม่เห็นเกรงใจเราเลย วันนี้รู้สึกเบื่อๆเซงๆกะชีวิตจัง
         ทำไมคนเรา เห็นแก่ตัวสุดๆ  ไมคนที่เราแคร์ไม่เข้าใจเรา  ไมเพื่อนเราที่ดีๆจู่ก็เลวได้ในบัดดล   ไมมนุษย์ต้องตอแหลใส่กัน   ไมคนที่ไม่เคยคุยกันถึงไม่ชอบหน้ากันได้
  เบื่อโลกว่ะ  ต่อไปนี้คงต้องอยู่แบบไม่ใส่ใจไรมั่ง  จะได้อยู่บนโลกที่มีแต่ ความตอแหล เห็นแก่ตัวนี้ได้ เฮ้อ....
May 20

ที่เห็นผีหรือคนวะ

                      เมื่อคืนไปมังกี้มาอีกแล้วครับท่าน  มีเรื่องให้
            ตื่นเต้นอีกแล้ว  แต่มันน่ากลัวมากก่า
                    เรื่องมันมีอยู่ว่าเมื่อมังกี้เลิกก็ราวๆตีหนึ่งก็ไปนั่งโม้บ้ากันที่รถอีกครึ่งชั่วโมง ก็บ้าเพราะไอ้ช๊อตนี่แหละ ขอเข้าใจว่าคือไอปืนแม่งช๊อตตลอดศกล่ะมัน แล้วก็ไปกินข้าวต้มกันที่เซาะอึ้ง2ก็กินๆโม้ๆขำขำแล้วปืนก็ขฃไปส่งก้อยก่อนแล้วก่อนเข้าซอยหอก้อยแม่งหมามันเสือกเห่าเราก็ไม่คิดไรหรอกแม่งแต่ไอปืนเสือกปากหมาดันบอกว่านี่หมาเห่า ผีตามชัวร์ กุแม่งก็ใจไม่ดีก็มันตี3แล้วอ่ะคัยแม่งไม่กลัววะโคตรเลวเลยพูดมาไมเราก็เลยด่าไปว่า"เออ  แล้วมึงจะพูดทำไมวะ พูดแล้วมันได้อาไรป่าว"แล้วแม่งยังไม่เลิกพอถึงหอก้อยนามันก็ยังพูดอีก"เหมี่ยว มึงเชื่อกูดิ กูเห็นจนชินจนกลัวไม่รุกลัวไงแล้วแต่ไงกูต้องถึงบ้านก่อนเพราะกูกลัวแม่มากกว่า"ที่ถ้าไม่กลัวผีแม่งคงขำไปแระแต่นี่แม่งขำไม่ออก  แล้วก็ด่าไปอีก"ปืนแล้วมึงจาพูดทำไมนักหนาวะ  พูดแล้วมึงจะถูกเบอร์รึไง หยุดพูดได้แล้ว"แล้วบรรยากาศวังเวงมักข้างๆแม่งมีงานศพอีกกรำของตู  แล้วก้อย  อ้อมก็เดินลงรถ  ปืนก็ขับมาส่งเราที่หอระหว่างทาง เราว่าเราอ่าเห็นคนนะ ยืนอยู่มืดๆเหมือนรอคน  แบบยืนกดไรอยู่ด้วย คิดว่าเค้าคงรอเพื่อน ปากเจ้ากำก็ดันบอกไอ้ปืน"เออ  คนบ้าไรมายืนมืดวะ"เอ่อคือกะสร้างบรรยากาศไงไม่ให้เงียบ  แล้วไอ้ปืนเจือกปากหมาอีก "เฮ้ยกุไม่เห็นมีใครเลย  มึงเห็นคนเดียวชัวร์"ขับๆมาอีกมีคนขับรถจะเข้าบ้านมันก็ถามเราว่า"มึงเห็นนี่ป่ะ"เราตอบว่า"เออ เห็น"  มันก้อบอกเออมันก็เหนอย่างงี้อ่ะคน แล้วนี่ดีนะหาเพื่อนคุยโทสับได้   จั๊มก็ช่วยด่าไอปืน"เหมี่ยว  เพื่อนแกเป็นไรมากป่าว  มันเมาใช่ป่ะ""เออเมาแต่เราก็กลัวอ่ะ"แล้วพอถึงแถวหอนะ ไอปืนหมาอีกแล้วอ่ะ"เหมี่ยว  มึงไปทำไรมาป่าววะเค้าถึงตามมา" "อีกแระมึงอย่าได้มะ พูดทำไมไว้คุยกันพรุ่งนี้เหอะขอร้อง" "เฮ้ยจริงๆ กูสัมผัสได้อย่าลืมดิว่ากูเคยบวช"เอาแล้วไม๊ล่ะเพื่อนตูของร้องหยุดเหอะหยุดไปเลย ดีนะที่มีจั๊มอยู่คุยเปนเพื่อนถ้าไม่มีจั๊มร้องจริงๆ
    ขอบคุณพระเจ้าโทรหาเจ้าหญิงเจ้าหญิงรับโทรสับทั้งๆที่มันตีสามก่าแล้วเสียงโคตรงัวเงียเลย"...(เจ้าหญิง)...อย่าเพิ่งวางโทรสับนะอยู่คุยเป็นเพื่อนแป๊บนะ กลัวอ่ะกลัวมากๆเลย เพื่อนมันหลอกผีเค้า"  "เห็นที่ไหนเพื่อนแกล้งรึปล่าว" "ร้อยเก้า  ตอนไปส่งก้อยกะอ้อมไม่รุแกล้งไม่แกล้งแต่กลัว" "นี่จะกลัวทำไมพระเจ้าอยู่ด้วยนะ อธิฐานดิ"  "พระเจ้ายังฟังคนบาปอยู่หรอ มือไปจับแก้วเหล้า แล้วเอามือนี้อธิฐานหรอ  ชูมือบอกเราสะอาดบริสุทธิ์ไม่คู่ควรเลย มันละอายแกใจนะ"  "อะไรที่เข้าไปในปากก็ไม่เท่าที่ออกจาปากเราหรอกรุมั๊ย จำไม่ได้หรอพระเยซูมาทำไมมาเพื่อคนบาปใช่ป่ะ"โอมันจึ๊กก้อดีขึ้นมาติ๊ดซ์นึงแล้วเค้าก็พูดๆๆก้อจำได้บ้างไม่ได้บ้างมันง่วงแต่หลับตาไม่ลงแล้วเค้าก็อธิฐานเผื่อเราเสร็จแล้วก็คุยกันราวๆสิบห้านาทีก่าๆ"ขอบคุณนะที่รับโทสับถ้าไม่รับร้องจริงๆไม่รุจะโทรหาคัยแล้วที่คุยด้วยแล้วสบายใจ" "อื้อ ไปเที่ยวก็ระวังๆ ไปอย่างงี้ต้องระวังรุไม๊" คำนี้คุ้นเหมือนที่พูตอนสี่ทุ่มคำพูดเดิมเหมือนว่าจากคนเดิมเลยนี่หว่า"คร้าบ"แล้วเราก็อ่านพระคัมภีร์สดุดีบท32แต่โดนข้อนึงมาก"อันความทุกข์ของคนอธรรมนั้นมีมาก  แต่ความรักมั่นคงจะล้อมบุคคลที่วางใจในพระเจ้า"จึ๊กเลยขอบคุณพระเจ้าที่เหมือนพระองค์กำลังย้ำเตือนอยู่ให้เราที่จะวางใจขอบคุณพระเจ้าที่ทรงเลือกเรา  เราเลยได้มีพระเจ้า  แล้วมันสุขจริงนะ
ปล. ขอบคุณพระเจ้าที่อภัยคนอธรรม
      ขอบคุณเจ้าหญิงเท่รับโทสับที่ช่วยคุยนานทั้งที่พรุ่งนี้ต้องทำงานซึ่งเสาร์จะเหนื่อยมากๆ
      ขอบคุณเพื่อนปืน เพื่อนก้อย เพื่อนอ้อมจริงพวกแกทำให้เราโคตรกลัวเลยแล้วจะจำไว้
May 02

ก๊อบเค้ามาซึ้งดี

... -

... -

... -

... -

... -

... -

... -

... -

... -

... -

... -

... -

... -

... -

... -

...คราย -

...ับ่แทิงขอ -

...รักคแมณไ

ู่ริณคถนอเค้าไว

ทีเป็คนเสีย

 
Photo 1 of 38
No list items have been added yet.